Breaking News
Home / เก็บจากสื่อ / สมเด็จพระเทพฯ ทรงปล่อยสัตว์ป่าเขตรักษาพันธุ์ “ซับลังกา”

สมเด็จพระเทพฯ ทรงปล่อยสัตว์ป่าเขตรักษาพันธุ์ “ซับลังกา”

ส่งคืนวนาเพื่อป่าสมบูรณ์

พระเมตตา สมเด็จพระเทพฯ ทรงปล่อยสัตว์ป่าเขตรักษาพันธุ์ “ซับลังกา”

15 ต.ค.2558

เป็นอีกวันหนึ่งที่ต้องบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย

เนื่องด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระเมตตาในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา วันที่ 2 เม.ย. 2558 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปล่อยช้าง จำนวน 6 ตัว และสัตว์ป่าอีก 11 ชนิด รวม 461 ตัว ใน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี เพื่อเป็นการอนุรักษ์และเพิ่มสายพันธุ์สัตว์ป่าในธรรมชาติ

โดยช้างที่ทรงปล่อย ประกอบด้วย ช้างพัง รวม 6 ตัว อายุตั้งแต่ 2-37 ปี ได้แก่ พังเอิ้น อายุ 2 ปี พังดำมี่ พังโมกิ และพังฉางเงิน อายุ 3 ปี พังถุงเงิน อายุ 7 ปี และ พังดันดี อายุ 37 ปี

สัตว์ป่า จำนวน 11 ชนิด รวม 461 ตัว ได้แก่ นกยูงไทย 33 ตัว ไก่ฟ้าพญาลอ 170 ตัว ไก่ฟ้าหลังขาว 170 ตัว ไก่ป่า 20 ตัว เป็ดก่า 15 ตัว นกแก๊ก 10 ตัว เนื้อทราย 20 ตัว เลียงผา 2 ตัว กวาง 15 ตัว ชะนีมือขาว 4 ตัว และ เก้ง 2 ตัว

“กรมอุทยานแห่งชาติฯ กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้นำความกราบบังคม ทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา วันที่ 2 เม.ย.2558 และกราบทูลเชิญทรงเจิมแผ่นศิลาฤกษ์ศูนย์ความรู้สัตว์ป่าและธรรมชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกาสำหรับเป็นแหล่งการศึกษาเรียนรู้และชม ธรรมชาติ ตามโครงการส่งสัตว์ป่าคืนวนา เพื่อป่าสมบูรณ์” นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการฯ

นิพนธ์ โชติบาล

ทั้งนี้ โครงการส่งสัตว์ป่าคืนวนา เพื่อป่าสมบูรณ์ กรมอุทยานฯ ได้ดำเนินการทำต่อเนื่องตั้งแต่ครั้งที่ สมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม ราชินีนาถ ทรงเป็นห่วง ยามที่ทราบข่าวเรื่องที่มีคนนำช้างมาเร่ร่อนขายของในเมือง ได้รับความทุกข์ทรมานจากอากาศร้อน พื้นดินที่เหยียบย่ำร้อน อาหารและน้ำไม่พอกิน ทรงมีพระราชดำริให้กรมอุทยานฯ หาทางช่วยช้างที่ถูกทำการทารุณเหล่านั้น ดังนั้น กรมอุทยานฯ จึงร่วมกับมูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ ทำโครงการนี้ถวาย สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสทรงมีพระชนมายุครบ 60 พรรษา

“ช้างที่นำมาปล่อยจำนวน 6 ตัว ซื้อมาจากชาวบ้านที่ จ.สุรินทร์ จากนั้นนำมาเลี้ยง เพื่อฝึกและปรับพฤติกรรมให้เข้ากับสภาพป่าธรรมชาติ จนมั่นใจว่าช้างทั้งหมดสามารถใช้ชีวิตอยู่ในป่าธรรมชาติได้ รวมทั้งเข้ากับช้างตัวอื่นๆที่อยู่ในป่า มาก่อนได้ โดยจาก การลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าช้างทุกตัวค่อนข้างจะมีความ พร้อมที่จะไปใช้ชีวิตในป่าธรรมชาติ เพราะช้างมีสัญชาตญาณของป่าอยู่แล้ว ขณะที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา มีพืชอาหารช้างถึง 203 ชนิด และมีมาตรการดูแลคุ้มครองรักษาการจัดหาพื้นที่อยู่อาศัยของช้างรวมถึงการมี ส่วนร่วมของประชาชน ที่ผ่านมาช้างทุกตัวที่ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ มีสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์แจ่มใสมีการรวมโขลงใกล้เคียงธรรมชาติ 3 โขลงใหญ่ๆ พฤติกรรมการหากินอยู่อาศัยอย่างอิสระปราดเปรียว และไม่เกิดข้อขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับช้าง” อธิบดีกรมอุทยานฯ ระบุ

ที่ผ่านมา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา มีช้างตามโครงการฯ รวม 32 ตัว เป็นเพศผู้ 9 ตัว และเพศเมีย 23 ตัว มีลูกช้างที่เกิดใหม่ในพื้นที่ 8 ตัว ตัวสุดท้ายที่พบคือเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ขณะคลอดออกมาได้ประมาณ 2 วัน เป็นช้างเพศผู้ สุขภาพแข็งแรง หากินอยู่กับฝูง โดยมีการฝังไมโครชิพและตรวจดีเอ็นเอ (DNA) ช้างทุกตัว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกาอดีตผืนป่าดงพญาไฟ หรือดงพญาเย็น ป่าผืนสุดท้ายของ จ.ลพบุรี มีชาวบ้านเห็นช้างป่าตัวสุดท้ายคือเมื่อปี 2516

ส่วนสัตว์ป่าที่จะปล่อยมีการคัดเลือกพันธุ์ ขยายพันธุ์ อนุบาลเลี้ยงลูกสัตว์ป่าทำเครื่องหมายประจำตัว ทำพันธุ์ประวัติ ตรวจดีเอ็นเอและสุขภาพถ่ายพยาธิภายนอก-ภายใน ให้วิตามินและแร่ธาตุ บำรุงสุขภาพตรวจโรคและปรสิต เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นพาหะนำโรค ไปสู่ สัตว์ป่าในธรรมชาติ

“การปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ ไม่เพียงช่วยลดความเจ็บปวดของสัตว์ป่าจากการทารุณและการถูกคนนำมาหาผล ประโยชน์ แต่ยังเป็นการเพิ่มและฟื้นฟูประชากรสัตว์ป่าให้เกิดความสมดุลทางธรรมชาติและ ความยั่งยืนต่อการอนุรักษ์คุ้มครองและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ เพราะสัตว์ป่ามีความสำคัญต่อระบบนิเวศ แต่ปัจจุบันสัตว์ป่าในธรรมชาติลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้เพื่อใช้ในกิจกรรมต่างๆ จึงทำให้แหล่งอาศัยของสัตว์ป่าลดลงรวมทั้งปัญหาการลักลอบล่าสัตว์ป่าเพื่อ ตอบสนองความ ต้องการที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น จนกระทั่งสัตว์ป่าบางชนิดสูญพันธุ์ไปแล้ว เช่น สมัน และสัตว์ป่าอีกหลายชนิดตกอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ เพราะมีการนำสัตว์ป่าไปใช้ประโยชน์ทั้งนำมาประกอบอาหาร เป็นเครื่องตกแต่ง สะสม” นายนิพนธ์ กล่าว

ขณะที่ นางเตือนใจ นุชดำรงค์ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ กล่าวว่า กรมอุทยานฯ ยังเตรียมที่จะปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติอีกหลายพื้นที่ อาทิ โครงการ ช่างหัวมัน จ.เพชรบุรี อุทยานฯ หมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ อุทยานฯ เขาสิบห้าชั้น จ.จันทบุรี เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก จ.ศรีสะเกษ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา จ.ศรีสะเกษ อุทยานฯ คลองวังเจ้า จ.กำแพงเพชร เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย จ.เชียงใหม่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี เป็นต้น มีทั้งกวางป่า เนื้อทราย ไก่ฟ้าพญาลอ เป็ดก่า เลียงผา เก้ง กระจงควาย นกกางเขนดง ละอง ละมั่งพันธุ์พม่า เป็นต้น

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม เชื่อมั่นว่า การปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ จะเป็นการฟื้นฟูประชากรสัตว์ป่าให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศวิทยาทาง ธรรมชาติรวมทั้งอนุรักษ์พันธุกรรมในธรรมชาติที่เคยมีอยู่ในถิ่นกำเนิดเดิม

ที่สำคัญเรามองว่า โครงการส่งสัตว์ป่าคืนวนา เพื่อป่าสมบูรณ์ จะช่วยให้ประชาชนที่อยู่รอบพื้นที่มีส่วนร่วมและทัศนคติที่ดีต่อการอนุรักษ์ ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า

นำไปสู่ “คนสมบูรณ์ ป่าก็สมบูรณ์” ที่มั่นคงและยั่งยืนอย่างแท้จริง.

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์

About admin